กระแส Thailand 4.0 แรงไม่หยุด

Opinion

Architecture of Industry 4.0

กระแส Thailand 4.0 แรงไม่หยุด

ดร. วิทยา สุหฤทดำรง ผู้ช่วยอธิการบดี

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ถึงวันนี้ กระแส Thailand 4.0 ก็ยังคงแรงไม่หยุด จนกระทั่งตอนนี้ได้แปรไปสู่คนไทย 4.0 แล้ว ในรายการ “นายกฯพบประชาชน” ฟังไปฟังมาดูกันไปแล้ว ตอนนี้จะกลายเป็น ทุกสิ่งอย่าง 4.0 กันไปหมด มันเป็นเรื่องน่ากลัวครับ สำหรับการคิดถึงประเด็นการเปลี่ยนแปลง แบบแยกส่วนหรือ เรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น เราจะทำอย่างไรให้การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดพลังไปแบบเรียงหน้ากระดานไปแบบพร้อมๆ กัน ไปกันแบบสานพลังกันทุกภาคส่วน ไม่ใช่ส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่เป็นระบบ (System) หรือเป็นภาพรวมทั้งหมด (The Whole) หรือเป็นการสร้าง Connectivity ในทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดการมีปฏิสัมพันธ์กันในกระบวนการบูรณาการอย่างแท้จริง

โดยมีเป้าหมายให้ระบบหรือประเทศไทยนั้นเกิด Emergent Property หรือที่เรากล่าวอ้างถึงกันในนาม “Innovation” ถ้าเราไม่มีแนวคิดในเชิงระบบ (System Approach) เราแค่คิดว่า ต่างคนต่างทำ ต่างเล่น ผมคิดว่า นวัตกรรมคงจะเกิดขึ้นได้ยาก เพราะว่าสังคมทุกวันนี้มีความซับซ้อนมากขึ้น การทำงานร่วมกัน (Collaboration) มีเป้าหมายร่วมกัน มีการแบ่งปันความคิดกันจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการสร้าง นวัตกรรม (Innovation) หรือความแตกต่างกันที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

ดังนั้น Thailand 4.0 จะไม่เป็นผลเลย ถ้าไม่คำนึงถึง Customer 4.0 ด้วยพลังของ Marketing 4.0 และ Branding 4.0 ซึ่งจะทำให้เราเข้าถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคมากขึ้นและตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุดหรือ Optimized ที่สุด ทำให้การออกแบบผลิตภัณฑ์และการบริการมีความลงตัวมากที่สุดใน Value Chain 4.0 จากนั้นก็ส่งต่อรายละเอียดของกระบวนการสร้างคุณค่าเข้าสู่ Supply Chain 4.0 ซึ่งจะประกอบไปด้วยโรงงานผู้ผลิตทั้งวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ด้วย Industry 4.0 และ Logistics 4.0 และส่งต่อไปยังหน้าร้านที่มี Retail 4.0 ทำให้เกิดเป็น Business 4.0

ในกระบวนการสร้างคุณค่าภายในกรอบลูกศรสีแดงนี้ ต้องการคนที่มีคุณภาพด้วย คนไทย 4.0 โดยมีการศึกษา 4.0 ด้วยการเงินที่สนับบสนุนด้วย Financial 4.0 และอีกทั้งจะต้องมีระบบ ICT 4.0 ที่สนับสนุนการติดต่อสื่อสารกันและการสนับสนุนการตัดสินใจของคนที่ทำงานในกระบวนการสร้างคุณค่า กระบวนการทั้งหมดนี้ต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและพร้อมที่จะยืดหยุ่น ภาครัฐ Government 4.0 จะต้องทำหน้าที่ในการบูรณาการ Infrastructure ทั้งหมดในการสนับสนุนการสร้างคุณค่าต่างๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค อีกทั้งการจัดการสิ่งแวดล้อม Environment 4.0 และการจัดการน้ำ Water 4.0 และทรัพยากรธรรมชาติทั้งหลาย Resources 4.0 เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของประเทศไทยด้วย Thailand 4.0

สิ่งที่ทำให้ Industry 4.0 นั้นแตกต่างจาก ระบบ Computer

สิ่งที่ทำให้ Industry 4.0 นั้นแตกต่างจาก ระบบ Computer ในยุคก่อนๆนั้นก็ คือ สถาปัตยกรรมของระบบ Computer นั้นแตกต่างกัน ในอดีตนั้นแนวคิดของ ระบบ Computer นั้นคือ เป็นเครื่องมือในการช่วยมนุษย์ให้คิดและตัดสินใจในกระบวนการธุรกิจที่สร้างคุณค่าหรือประโยชน์ให้กับมนุษย์ทั้งหลายได้อย่างสะดวกและถูกต้องมากขึ้น ในอดีตนั้นมนุษย์เองจะเป็นคนเก็บข้อมูลหรือไปสุ่มเอาข้อมูลซึ่งเป็นสถานะทางกายภาพของทรัพยากรต่างๆ ในกระบวนธุรกิจมา จากนั้นคน (People) จะเป็นผู้ที่ใส่ข้อมูลเข้าไปในระบบ Computer เพื่อที่จะ Modeling เหตุการณ์ในกระบวนการธุรกิจหรือชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้นเพื่อการตัดสินใจในการได้มาซึ่งคุณค่า (Values) หรือประโยชน์ (Benefits) เพื่อการดำรงชีวิตหรือการอยู่รอดในชีวิตประจำวัน

ในอดีตเรามีข้อจำกัดทางด้านเทคโนโลยี ไม่ว่าในด้านการเก็บข้อมูลซึ่งเราไม่สามารถเก็บข้อมูลในตลอดช่วงเวลา เราจึงเลือกเฉพาะบางช่วงเวลาและเฉพาะสิ่งที่เราสนใจและบางทรัพยากรในบริบทแวดล้อมที่เราสนใจ การประมวลผลของข้อมูลก็ยังต้องใช้คนในการตัดสินใจ (Decision Making) ถึงแม้ว่าจะมี Program ขึ้นมาช่วยในการตัดสินใจให้ง่ายขึ้น สะดวกรวดเร็วและถูกต้องมากขึ้น แต่ Computer เองก็ยังไม่สามารถจัดการกระบวการได้ด้วยตัวเอง ยังจะต้องมี คน (People) เข้าแทรกอยู่ในขั้นตอนการตัดสินใจ หรือพูดได้ว่ายังไม่ฉลาดนัก หรือ ยังไม่ Smart ยังไม่สามารถทดแทนคนได้ในขั้นตอนการตัดสินใจในกระบวนการตอบสนองตามปกติ

พอมาถึงยุค 4.0 ที่มีบริบทของกระบวนการผลิตใน Industry เป็นตัวนำร่องของการจัดกระบวนการธุรกิจ (Business Process Management) ซึ่งผมมองว่า มันคือ กระบวนการสร้างคุณค่า (Value Creation Process) ด้วยความก้าวของเทคโนโลยีในการด้าน Sensors, Internet, Cloud Computing, Mass Storages, Machine Learning จึงทำให้เราสามารถเก็บข้อมูลของสิ่งที่เราสนใจเพื่อที่เราจะได้เข้าใจพฤติกรรมของสิ่งเหล่านั้นรวมทั้งบริบททั้งหมดด้วย เพราะว่าบริบทรอบๆสิ่งที่เราสนใจนั้นย่อมมีผลต่อพฤติกรรมของสิ่งที่เราสนใจด้วย ด้วยเทคโนโลยีของ Sensors ที่มีขนาดเล็กและราคาถูกลง รวมทั้ง Internet ที่มีความเร็วสูงขึ้นและครอบคุลมไปในพื้นที่ที่กว้างขึ้น ทำให้เราสามารถเก็บข้อมูลได้มากขึ้นและครอบคลุมได้ตลอดช่วงเวลาจนกลายเป็น Big Data เมื่อเรามีข้อมูลที่มีขนาดใหญ่แล้วเราก็ต้องมีวิธีการในการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อให้เราได้เข้าใจถึงพฤติกรรมของสิ่งที่เราสนใจเพื่อที่เราจะได้คาดการณ์พฤติกรรมของสิ่งที่เราสนใจในอนาคตได้ เพื่อที่จะทำให้เกิดสภาพ Just in Time หรือ Supply meet Demand หรือความพอดี ความลงตัว ไม่ขาดและไม่เกิน

ข้อสังเกตอีกอย่างก็ คือ End points ของ ระบบ Computer ในอดีต คือ คน (People) แต่ End Points ของ Industry 4.0 คือ Systems of Sensors หรือ เป็น Networks of Sensors ซึ่งทำให้เกิดการสื่อสารไปสู่สิ่งที่เราสนใจนั้นง่ายขึ้น อีกทั้งทำให้เกิดสื่อสารกันระหว่างสิ่งต่างๆ (Things) หรือระหว่าง Machine กับ Machine (M2M)

ด้วยสถาปัตยกรรมแบบนี้จึงทำให้ Industry 4.0 มีความ Smart ในตัวเอง เพราะว่าสามารถเข้าถึงข้อมูลที่สนใจและบริบทได้ตลอดช่วงเวลาหรือแบบทันทีทันใด (Real Time) และในขณะเดียวกัน ระบบ Computer นี้ก็จะประมวลผลออกมาในทันทีเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด แบบอัตโนมัติโดยที่ไม่ต้องมีคน (People) เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการ ขั้นตอนเหล่านี้ทำให้มนุษย์ผู้ใช้ระบบหรือมีปฏิสัมพันธ์กับระบบรู้สึกว่า ระบบที่เขากำลังใช้งานอยู่มีความสามารถในการตอบโต้ได้อย่างทันทีทันใดและมีความสามารถในการวิเคราะห์เหมือนคน ซึ่งที่จริงแล้วระบบ 4.0 นี้ทำได้มากกว่าคนและเร็วกว่าคนเสียอีก ด้วยกำลังความสามารถของเทคโนโลยี ICT ในปัจจุบัน

ดังนั้น โครงสร้างของความเป็น 4.0 นั้น ผมคิดว่าควรจะไปในแนวเดียวกัน ไม่ว่าอะไรๆที่ลงท้ายด้วย 4.0 ไม่ใช่นึกเอาเอง ไม่ใช่ตั้งกันตามกระแส เราสามารถใช้แก่นหรือแนวคิดของ Industry 4.0 ในประเด็นความเป็น Smart ไปประยุกต์ใช้ได้ในบริบทอื่นของกระบวนการธุรกิจที่ตอบสนองความต้องการของคน ดังนั้น Thailand 4.0 ก็ควรจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ Smart Thailand

ไม่รู้สิครับ เห็นใช้ 4.0 กันจัง พอไปดูลึกๆ แล้ว มันยังไม่ใช่ ไม่ได้เป็นไปตามแนวคิดของ Industry 4.0 ผมว่า คงนึกกันเอาเอง แล้วมันจะสำคัญอย่างไรล่ะครับ ถ้าเกิดมีคนถามผมขึ้นมา สำคัญสิครับ ความเป็น 4.0 หรือความเป็น Smart นั้นมันจะเป็น Architecture ของระบบ Computer ในปัจจุบันและอนาคต มันจะเปลี่ยนโครงสร้างของระบบคอมพิวเตอร์ไปจากเดิม โลกเราและสังคมของเราจะอยู่ภายใต้ Architecture นี้ เราจะต้องสนใจและเข้าใจมันในฐานะที่ไม่ได้เป็นแค่คนที่ใช้ระบบเท่านั้น แต่ควรจะเป็นคนที่สามารถนำเอาแนวคิดของระบบไปประยุกต์ใช้ด้วย

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply