การลดอุบัติเหตุช่วยชาติ

Logistics Knowledge

Accident Reduction

การลดอุบัติเหตุช่วยชาติ

ดร.อัศวิน วงศ์วิวัฒน์

accident

ประเทศไทยมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นอันดับต้นๆของโลก คือติด  1 ใน 10 ตลอดหลายปี ในปี พ.ศ. 2557 ประเทศไทย ได้ครองสถิติการตายมากที่สุดอันดับที่ 2 ของโลก โดยมีอัตราการตายเฉลี่ย 44 คน ต่อ แสนคน จะเป็นรองก็แต่ประเทศ นามิเบีย (ประเทศในทวีปแอฟริกา อยู่ติดกับประเทศแอฟริกาใต้) มีอัตราการตายเฉลี่ย 45 คนต่อแสนคน อาจเป็นตัวเลขที่ดูไม่มาก แต่ถ้านำตัวเลขมาคำนวณเทียบกับประชากรในประเทศไทยแล้ว ใน 1 ปี ประเทศไทยจะมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยถึง 30,800 (ผลลัพธ์มาจาก: 44x70ล้านคน/1แสนคน) ซึ่งการตายจากอุบัติทางถนนของประเทศไทย 1 ปี มีจำนวนผู้เสียชีวิต มากกว่าทหารสหรัฐ ที่ตายจากการรบที่อีรักหลายเท่าตัวเลยที่เดียว

ในแง่ของความเสียหายที่เป็นตัวเงินจากการเกิดอุบัติเหตุ ประเทศจะสูญเสียก้อนโต สำหรับการเกิดอุบัติเหตุ โดยงบก้อนโตนั้น มีจำนวนมากจนสามารถนำมาสร้างรถไฟความเร็วสูง ไป-กลับ จากเชียงใหม่ไปยัง สุไหงโกลก ได้โดยไม่ต้องอาศัยเงินกู้จากต่างประเทศเพื่อมาสร้างรถไฟความเร็วสูงได้อย่างสบาย โดยประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศเหล่านี้ ได้แก่ อิหร่าน ซูดาน สวาซิแลนด์ เวเนซูเอลา คองโก มาลาวี สาธารณรัฐโดมินิกัน อิรัก และไทย

สถิติการเกิดอุบัติเหตุในปี พ.ศ. 2552 ถึง 2557 มีจำนวนการเกิดอุบัติเหตุเฉลี่ยใน 1 ปีมี ประมาณ 70,000 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตประมาณ 8,000 คน มีผู้บาดเจ็บประมาณ 28,000 คน ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่าตัวเลข ทำไมน้อยกว่าด้านบนที่ระบุว่า มีผู้ตายเฉลี่ยประมาณ 30,800 ราย ส่วนตัวเลขการตายที่ 8,000 คนนั้นเป็นตัวเลขที่มาจากข้อมูลที่มี หรือที่มีการแจ้ง ให้กับหน่วยงานรัฐ เพื่อประมวลผลมาเป็นข้อมูล แต่ตัวเลขการตายที่ไม่มีการแจ้งข้อมูลได้ยังมีอีกจำนวนมาก

การเกิดอุบัติเหตุสร้างความเสียหายให้กับประเทศเป็นจำนวนมากโดยความเสียหายจะมาจากความเสียหายทางตรง ซึ่งได้แก่ ชีวิต ทรัพย์สิน ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เสาไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์ เสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ ฯลฯ แต่ความเสียหายที่มากกว่าคือความเสียหาทางอ้อม เนื่องจากเป็นความเสียหาที่หลายคนอาจคิดไม่ถึงตัวอย่าง เช่น รถบรรทุกสินค้าเพื่อจะนำไปส่งที่ท่าเรือเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ เกิดอุบัติเหตุ ชนกับรถยนต์ ทำให้คนขับรถเก๋ง บาดเจ็บสาหัส รถบรรทุกเสียหาเล็กน้อย ความเสียหายข้างต้นนั้นเป็นความเสียหายทางตรง  การที่รถบรรทุกสินค้าไปส่งสินค้าไม่ทันอาจทำให้ ไปไม่ทันเรือ ทำให้เรือออกจากท่าเรือไปแล้ว นั่นหมายความว่าส่งสินค้าไม่ทัน เงินที่จะได้ก็จะไม่ได้ แถมยังอาจเสียค่าปรับเนื่องจากส่งสินค้าไม่ตรงเวลา สินค้าที่ไม่ได้ขึ้นเรือจะไปไหน ฝากไว้ที่ท่าเรือ ขนกลับโรงงาน มีแต่ค่าใช้จ่าย ในส่วนของเจ้าของรถเก๋งที่บาดเจ็บสาหัส หมายความว่าเขาจะไม่สามารถทำงานเพื่อหารายได้เลี้ยงตัวเอง หรือครอบครัวจนกว่าจะหายเป็นปรกติ แต่ถ้าพิการก็อาจจะไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป ก็จะเป็นภาระของคนในครอบครัวแทนที่จะเป็นเสาหลักของครอบครัว

อุบัติเหตุข้างต้นยังไม่ได้รวมถึงการทำให้รถติดซึ่งอาจทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างอย่างคาดไม่ถึง เช่น ผู้ป่วยที่กำลังจะไปโรงพยาบาลอาจจะเสียชีวิตระหว่างการเดินทางเนื่องจากการติดขัดของการจราจร การไปเข้าห้องสอบไม่ทันของนักเรียน หรือ นักศึกษา อาจเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของเขาก็เป็นได้

สาเหตุในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน มี 2 สาเหตุหลักๆ คือเกิดจาก สภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัย และการกระทำที่ไม่ปลอดภัย

ที่มา: http://www.thaigoodview.com/node/85335

สภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัย เช่น ฝนตกถนนลื่น น้ำท่วม ถนนเป็นหลุม ขรุขระ  การเผาขยะทำให้เกิดควัน ฝูงวัวตามข้างทาง รวมไปถึง สิ่งกีดขวางตามท้องถนน ต่างๆ สภาพ ดิน ฟ้า อากาศ แสงสว่างบนถนน จากตัวอย่างข้างต้น แสดงให้เห็นว่าสภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัยเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง หรือบางครั้งควบคุมได้ยาก สภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัยมีสัดส่วนในการเกิดอุบัติเหตุประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์

แต่การกระทำที่ไม่ปลอดภัยมีสัดส่วนในการเกิดอุบัติเหตุประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ คือการกระทำที่ไม่ปลอดภัย เช่น การขับขี่ด้วยความประมาท ขับขี่ในขณะมึนเมา สุขภาพของคนขับ การสวมหมวกนิรภัย การขับรถด้วยความเร็วสูง การไม่คาดเข็มขัดนิรภัย การแซงในที่คับขัน การไม่ปฏิบัติตามกฏจราจร การใช้โทรศัพท์มือถือในขณะขับขี่ ทักษะในการขับขี่ของผู้ขับขี่ ได้แก่ การทำความเข้าใจ สัญญาณการจราจร ป้ายต่างๆ การขับรถในทางชัน ทั้งตอนขึ้นเขา และตอนลงเขา การขับขี่ทางโค้ง การขับขี่ตอนถนนลื่น การกลับรถ

แล้วการช่วยกันป้องกันการเกิดอุบัติเหตุช่วยชาติได้อย่างไร เมื่อมีการเกิดอุบัติเหตุน้อยลง งบประมาณในการที่จะต้องจ่ายสำหรับการซ่อมแซม สาธารณูปโภค งบด้านสาธรณะสุข งบด้านการเฝ้าระวังภัยในช่วงเทศกาล งบในการรณงค์เพื่อการขับขี่ปลอดภัย

เงินที่ต้องจ่ายเพื่อสร้างคนหนึ่งคนให้จบปริญญาตรีมีการประมาณว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 2 ล้านบาทต่อคน โดยเฉลี่ย แต่ประเทศไทยตายประมาณ 30,000 คนต่อปี คิดง่ายๆ ประเทศต้องเสียเงินไปเปล่าๆในการสร้างคน ไปเป็นจำนวน 60,000 ล้านบาทต่อปี โดยที่ยัง ไม่ได้รวมงบประมาณในข้างต้น ที่ต้องเสียไปเพื่อป้องกัน และซ่อมแซมผลจากการเกิดอุบัติเหตุ

ที่มา http://m.matichon.co.th/readnews.php?newsid=1432960170

วิธีในการแก้ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุ ควรเริ่มต้นมาจากการกระทำที่ไม่ปลอดภัย สามารถทำหลักการ 3 E มาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหานี้ได้ โดย หลักการ 3 E นั้นประกอบด้วย Engineering,  Education, Enforcement

Engineering นั้นช่วยในการแก้ปัญหาโดยอาศัยหลักทางวิศวกรรมช่วยในการแก้ปัญหา เช่น ติดตั้งระบบแจ้งเตือนในการใช้ความเร็วเกินกำหนด การติดระบบช่วยเบรก อัตโนมัติ ระบบยาพาหนะไร้คนขับ ซึ่งข้อนี้จะมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ใช้

Education คือการให้การศึกษา อบรมกับผู้ขับขี่ เช่น การให้ความรู้ในการขับขี่อย่างไรให้ปลอดภัย ข้อควรทำก่อนการขับขี่ กฎจราจร ฯลฯ จะเห็นได้ว่าวิธีการนี้เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าแบบแรกอยู่มาก และมีความยั่งยืนกว่า เนื่องจากเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด เพราะเมื่อมีความรู้ จะทำให้เกิดความตระหนัก เมื่อมีความตระหนัก จะส่งผลต่อการกระทำในด้านความปลอดภัย

Enforcement ถ้า 2 ข้อแรกเอาไม่อยู่ก็ต้องใช้ไม้แข็งคือ การออกกฎ เพื่อบังคับ ได้แก่ การออกกฎหมายเพื่อบังคับ การออกกฎของบริษัท เพื่อควบคุมให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติที่ถูกต้อง ผู้ใดฝ่าฝืน จะต้องได้รับโทษ ตัวอย่าง เช่น การที่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย การสวมหมวกกันน็อค การห้ามแซงในที่คับขัน เป็นต้น

ที่กล่าวมาทั้งหมดการเกิดอุบัติเหตุสามารถลดลงได้ถ้าเราร่วมกันระมัดระวัง เพื่อลดการกระทำที่ไม่ปลอดภัยลงประเทศไทยจะน่าอยู่มากขึ้น…..

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply