ระบบติดตามทางศุลกากร (Tracking System) ภายใต้เทคโนโลยี e-Lock

Customs Update

Tracking System through e-Lock Technology

ระบบติดตามทางศุลกากร (Tracking System) ภายใต้เทคโนโลยี e-Lock


ด้วยวิสัยทัศน์ของกรมศุลกากร ในการเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการควบคุมทางศุลกากร กรมศุลกากรได้นำเอาเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในการควบคุมทางศุลกากรมาใช้อย่างต่อเนื่อง และได้มีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการและควบคุมตรวจตราสินค้าที่ผ่านเข้าออกประเทศอย่างเป็นลำดับ เริ่มต้นจากการนำระบบบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ของตู้สินค้าเข้ามาใช้ตั้งแต่ตู้สินค้ายังไม่ถึงท่าเรือ (Pre-arrival Process) นำระบบ โทรทัศน์วงจรปิด หรือ CCTV เข้ามาในตรวจดูการตรวจปล่อยสินค้า ใช้ระบบตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์สินค้าด้วยเครื่อง X-Ray  เพื่อลดระยะเวลาในการตรวจปล่อยสินค้า นอกจากนี้ ยังได้ทดลองนำร่องร่วมกับภาคเอกชนที่สมัครใจ นำเทคโนโลยี e-Seal มาใช้ในการล็อคตู้สินค้าเพื่อให้มั่นใจว่าตู้สินค้าดังกล่าวจะไม่ถูกเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาตระหว่างการขนส่ง ต่อจากนั้น ได้มีการทดลองเทคโนโลยี GPS ที่ติดตั้งอยู่ในรถบรรทุกหัวลากมาใช้ในการติดตามการเดินทางของตู้สินค้า โดยเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบการให้บริการพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ (TCES)

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา กรมศุลกากรได้ดำเนินการจัดหาระบบติดตามทางศุลกากร (Tracking System) โดยเน้นการติดตั้งอุปกรณ์และโปรแกรมบริหารจัดการข้อมูลในส่วนกลาง เพื่อรองรับข้อมูลจากเทคโนโลยี RFID และ GPS จากภาคเอกชนที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ ระบบติดตามทางศุลกากรดังกล่าว สามารถนำมาใช้ในการตรวจสอบ ติดตาม แจ้งเตือนเหตุผิดปกติในลักษณะต่างๆ โดยเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบพิธีการศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ (Thai Customs Electronic System: TCES) เฉพาะในส่วนของพิธีการนำเข้าและส่งออก

ต่อมาในปี พ.ศ. 2557 เมื่อเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น กรมศุลกากรจึงพิจารณาหาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบควบคุม ในส่วนของสินค้าผ่านแดน  โดยประยุกต์การใช้งานระบบตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์สินค้าด้วยเครื่องเอกซเรย์ประกอบกับการชั่งน้ำหนัก เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างท่าต้นทางและท่าปลายทาง พร้อมด้วยการนำร่องจัดหาระบบติดตามทางศุลกากร (Tracking System) ภายใต้เทคโนโลยีใหม่ ซึ่งนำเอาเทคโนยี Radio Frequency Identification: RFID และเทคโนโลยี Global Positioning System: GPS มาอยู่ติดตั้งอยู่รวมกันในอุปกรณ์ชิ้นเดียว ที่เรียกกันทั่วไปว่า  e-Lock เพื่อใช้ตรวจสอบการเคลื่อนที่ของตู้คอนเทนเนอร์สินค้าได้ตลอดเส้นทางการขนส่ง โดยไม่ขาดช่วงการติดตาม ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนยานพาหนะระหว่างทางที่มีการขนส่งสินค้า

กระบวนการควบคุมการขนส่งสินค้าผ่านแดนด้วยเทคโนโลยี e-Lock จะเริ่มต้นตั้งแต่การนำตู้คอนเทนเนอร์สินค้าผ่านแดนเข้าสู่การตรวจสอบด้วยเครื่อง X-Ray เพื่อตรวจสอบสินค้าภายในตู้และบันทึกข้อมูล จากนั้น เจ้าหน้าที่จะทำการล็อคตู้สินค้าด้วยกุญแจ e-Lock ซึ่งจะมีเทคโนโลยีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่  RFID เพื่อใช้ในการตรวจสอบเปรียบเทียบข้อมูลการขนส่งสินค้าระหว่างต้นทางกับปลายทาง และระบบ GPS เพื่อติดตามตู้สินค้าตลอดเส้นทางการขนส่ง นอกจากนี้ ในกุญแจ e-Lock ยังมีเนื้อที่สำหรับใช้จัดเก็บข้อมูล ซึ่งสามารถเก็บรายละเอียดข้อมูลใบขนสินค้าจากระบบ TCES และข้อมูลภาพเอกซเรย์ตู้สินค้าได้อีกด้วย

เมื่อติดตั้ง e-Lock กับตู้สินค้าเป็นที่เรียบร้อย เจ้าหน้าที่ศุลกากรท่าต้นทางจะตรวจปล่อยให้ตู้สินค้าเดินทางไปยังท่าปลายทางตามเส้นทางที่กำหนด โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถมองเห็นและเฝ้าติดตามการเดินทางของตู้สินค้าดังกล่าวได้ ตั้งแต่ออกจากท่าต้นทางจนกว่าจะถึงท่าปลายทาง

ในกรณีปกติ เมื่อตู้สินค้าเดินทางมาถึงท่าปลายทางจะมีการตรวจสอบด้วยเครื่องเอกซเรย์อีกครั้งหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรจะเปรียบเทียบข้อมูลใบขนสินค้าและภาพเอกซเรย์ของท่าต้นทางและท่าปลายทางเพื่อตรวจสอบว่าถูกต้องตรงกันหรือไม่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ศุลกากรท่าปลายทางจะบันทึกผลการตรวจสอบและปลดกุญแจ e-Lock และอนุญาตให้สินค้าผ่านแดนไปยังประเทศปลายทาง

ในกรณีไม่ปกติ อาทิเช่น  ตู้สินค้าเดินทางออกนอกเส้นทางที่กำหนด หรือมี่ผู้ใดพยายามปลดกุญแจ e-Lock หรือมีการลักลอบเปิดตู้สินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ระบบจะส่งสัญญาณเตือน (Alarm) ไปยังท่าต้นทาง ท่าปลายทาง และศูนย์เทคโนโลยีการควบคุมทางศุลกากร สำนักสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร โดยอัตโนมัติ

ในระยะแรก กรมศุลกากรได้นำระบบ e-Lock มาใช้กับสำนักงานศุลกากรและด่านศุลกากร รวม 16 แห่งที่มีปริมาณการขนส่งสินค้าเป็นจำนวนมาก โดยมีสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง และด่านศุลกากรมุกดาหาร เป็นหน่วยงานสถานีต้นทางและปลายทางแห่งแรกที่เริ่มเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน 2559

กรมศุลกากรมุ่งมั่นพัฒนาระบบงานศุลกากรให้มีความสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีอากร ป้องกันและปราบปรามการลักลอบหนีศุลกากร ตลอดจนอำนวยความสะดวกทางการค้าของไทย ให้ก้าวไกลสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ของกรมศุลกากรที่ว่า “องค์กรที่มุ่งมั่นให้บริการศุลกากรเป็นเลิศ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของเศรษฐกิจไทยและเชื่อมโยงการค้าโลก”

เรียบเรียงโดย ศูนย์เทคโนโลยีการควบคุมศุลกากร (ศทค.) สำนักสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply